M-Flow ด่านไร้ไม้กั้น Flow จริง หรือ จกตา?!

M-Flow

เรียกได้ว่า อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นปัญหาระดับชาติทันที หลังจากที่ กรมทางหลวงเปิดระบบ M-Flow หรือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น ในคอนเซ็ปต์ “วิ่งก่อน จ่ายทีหลัง” ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ในด่านนำร่องบนถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 คือ ด่านธัญบุรี 1 ด่านธัญบุรี 2 ด่านทับช้าง 1 และด่านทับช้าง 2 แต่งานนี้ ดูเหมือนจะไม่โฟลว์และไม่ลื่นไหลอย่างที่คิดไว้ และเมื่อขับรถผ่านไปแล้ว กลับเจอหนังสือเรียกค่าปรับถึง 10 เท่า เป็นเงินสูงถึงหลักพัน และหลายพันบาทเลยทีเดียว

เรามาทำความรู้จักกับระบบนี้กัน ซึ่งระบบ M-Flow เป็นระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนทางด่วน และมอเตอร์เวย์ โดยการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาพัฒนาระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง โดยใช้กล้องตรวจบันทึกภาพป้ายทะเบียนรถ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลแบบ Video Tolling แทนการเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบระบบไม้กั้น ทำให้ผู้ใช้รถยนต์สามารถขับขี่ผ่านบริเวณด่านฯ โดยไม่ต้องหยุด หรือ ชะลอรถ ซึ่งรองรับการใช้งานกับรถยนต์ทุกประเภทที่ได้รับอนุญาตให้วิ่งบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือ ทางพิเศษ ทั้งรถยนต์ 4 ล้อ รถยนต์ 6 ล้อ และรถยนต์มากกว่า 6 ล้อขึ้นไป โดยชำระค่าธรรมเนียมผ่านวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หลังการใช้บริการ หรือ ระบบ Post Paid ทั้งแบบชำระเป็นรายครั้ง หรือ ชำระตามรอบบิล รวมไปถึง การชำระผ่านเว็บไซต์ หรือ โมบายแอปพลิเคชันของระบบ M-Flow ตลอดจนการชำระด้วยระบบ QR Code และการชำระผ่านระบบตัดเงินอัตโนมัติก็ได้เช่นกัน

ซึ่งแตกต่างกับระบบ Easy Pass ตรงที่ระบบ M-Flow ไม่มีไม้กั้น ทำให้รถสามารถผ่านไปได้ทันที แล้วค่อยมาจ่ายเงินทีหลัง ส่วน Easy Pass นั้น รถจะต้องชะลอ เพื่อให้ระบบทำการหักเงินอัตโนมัติจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัตินั่นเอง 

 

M-Flow

 

โดยปัจจุบันได้มีการนำระบบนี้ มาใช้นำร่องที่ด่านทับช้าง 1 ด่านทับช้าง 2 ด่านธัญบุรี 1 ด่านธัญบุรี 2 ซึ่งในอนาคตกรมทางหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย จะมีการขยายผลนำระบบนี้ ไปใช้กับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและทางพิเศษ ในเส้นทางอื่นๆ ต่อไป

ซึ่งหลักจากเปิดให้ทดลองใช้บริการ ก็กลายเป็นประเด็นดราม่าเลยทันที เพราะมีผู้ใช้บริการหลายรายทั้งประชาชนทั่วไป รวมถึงดาราดังๆ ต่างออกมาโพสต์ข้อความถึงความไม่เป็นธรรม เมื่อขับรถผ่านช่องทางนี้ของมอเตอร์เวย์ แล้วโดนค่าปรับสูงถึง 10 เท่า เนื่องจากจ่ายไม่ตรงกำหนด ในขณะที่บางคนมีรถยนต์หลายคัน กลับลงได้เพียงครั้งละคันเท่านั้น ขณะที่หากนำรถของบริษัทมาใช้เวลาลงทะเบียน จะต้องมีหนังสือได้รับความยินยอมจากบริษัทด้วย จนทำให้เกิดหลากหลายคำถามขึ้นมาว่า หลอกกินเงินประชาชนหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีเสียงสะท้อนจากผู้ใช้บริการว่า การลงทะเบียนใช้บริการของระบบ M-Flow ค่อนข้างยุ่งยาก การประชาสัมพันธ์ก็ไม่ทั่วถึง ทำให้ขาดการรับรู้ นี่จึงอาจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้มันไม่โฟลว์อย่างที่คิดและคาดการณ์เอาไว้นั่นเอง

ซึ่งหลักจากมีประเด็นดราม่าดังกล่าว กรมทางหลวง จึงออกมาชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล โดยได้ออกมายอมรับและรับทราบปัญหาเกี่ยวกับระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้นแล้ว ทั้งคนที่เป็นสมาชิก และคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ทั้งผู้ที่ใช้งานได้ตามปกติ และผู้ที่ไม่สามารถชำระเงินได้ในเวลาที่กำหนด จนส่งผลให้ต้องเสียค่าปรับ หากมีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการพิจารณาช่วยเหลือเป็นรายกรณีไป อย่างไรก็ตาม การนำระบบดังกล่าวมาใช้งาน ก็เพื่อลดการจราจรที่ติดขัดบริเวณหน้าด่าน และให้ผู้ใช้บริการชำระเงินได้สะดวกมากขึ้น จากเดิมที่ต้องชะลอ เพื่อชำระเงินบริเวณหน้าด่าน และหลังจากนี้ กรมทางหลวงจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชน

ในปัจจุบันมีผู้ใช้ทางด่วนประมาณ 1.9 ล้านคนต่อวัน โดยในจำนวนนี้มีผู้ใช้บัตรอีซีพาสประมาณ 8 แสนคนต่อวัน จากผู้ถือบัตรอีซีพาสทั้งหมดประมาณ 2 ล้านคน ทำให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้เชิญชวนผู้ใช้ทางด่วนและผู้ใช้บัตรอีซี่พาส ลงทะเบียนสมัครสมาชิก เอ็ม-โฟลว์ เพื่อใช้บริการระบบนี้บนมอเตอร์เวย์หมายเลข 9

นอกจากนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ยังอยู่ระหว่างปรับระบบ เพื่อบูรณาการข้อมูลที่จะทำให้ผู้ใช้บัตรอีซี่พาส สามารถสมัครเป็นสมาชิก เอ็ม-โฟลว์ ได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ไม่ยุ่งยากเพียงคลิกแค่ไม่กี่ครั้ง โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย จะใช้ข้อมูลและเอกสารเดิมของผู้ใช้บัตรอีซีพาสที่มีอยู่แล้วให้มากที่สุด เพื่อให้ง่ายและสะดวกที่สุด

 

สรุป

โดยล่าสุด กระทรวงคมนาคม ได้มีนโยบายสั่งการไปยังกรมทางหลวงให้ชะลอการเก็บเงินค่าปรับ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. เป็นต้นไป สำหรับ ผู้ที่ไม่ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิก M-Flow ที่ชำระค่าผ่านทางหลังจากใช้งานในระยะเวลา 1 สัปดาห์ และหลังจาก 1 สัปดาห์หากยังละเลยจ่ายค่าผ่านทางก็จะต้องเสียค่าปรับ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ชำระค่าผ่านทางและถูกปรับ ไปก่อนหน้านี้ ทางกรมทางหลวง จะให้มีการคืนเงินค่าปรับให้ภายใน 31 มี.ค. 65 และหากประชาชนมีข้อสงสัยติดต่อสายด่วน 1586 กด 1. แต่ก็ต้องดูกันต่อไปว่า ทางกระทรวงคมนาคม การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกรมทางหลวง จะแก้เกมนี้อย่างไร จะเป็นระบบที่สามารถใช้ได้จริง หรือ แค่จกตาประชาชนต่อไป

This entry was posted in Main and tagged .